ѺҴѡ лѺ Ҫԡ Fix ѡ
ข่าวล่าสุด ดีเอสไอมอบโลห์ผู้ใหญ่ประจบ พร้อมประกาศมิติใหม่ ทำงานร่วมทุกภาคส่วน
ระบบสมาชิก
Email:

















ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง
อบรมอาสาสมัครสระบุรี ป้องกันไฟป่า-ช่วยธรรมชาติ
กรมอุทยานฯ เฮ!มติเอกฉันท์บรรจุไม้พะยูงไทยขึ้นบัญชี 2 ไซเตส
สภาเกษตรกรจังหวัดตาก กับการแก้ปัญหาสารแคดเมียมแม่ตาว
นักอนุรักษ์เฮ...ส่อชนะคดีขยายถนนขึ้นเขาใหญ่
ทส.ตื่นส่งป่าไม้ลุยตรวจสอบรุกดอยลาน
+ข่าวทั้งหมด..




  Weblink
 

ขับเคลื่อนอย่างมีส่วนร่วม
                รถสิบล้อที่วิ่งกระหึ่มเมืองทำให้ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินซ่อมสร้างถนนมหาศาล แทนที่จะใช้รถไฟหรือเรือกลไฟที่ไม่ต้องพึ่งพาพลังงานจากน้ำมัน คือตัวอย่างของนโยบายการขนส่งที่ผิดพลาด ซึ่ง ศ.นพ.ประเวศ วะศี มักยกเป็นกรณีศึกษาอยู่เนืองๆ
                สาเหตุสำคัญของปัญหาดังกล่าวมาจาก “โรคบกพร่องนโยบายอย่างรุนแรง” ของประเทศไทย กล่าวคือการกำหนดนโยบายสาธารณะซึ่งมีผลกระทบต่อทุกองคาพยพของสังคม แต่กลับขาดฐานของความรู้ ขาดการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง และขาดศีลธรรม
                ดังนั้นกระบวนการนโยบายสาธารณะที่ดีจึงต้องเป็นกระบวนการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Public Policy Process = PPPP = P4) ที่ไม่รวบรัดเพื่อให้ได้ข้อเสนอต่อผู้มีอำนาจ แต่ควรจะเน้นที่การมีส่วนร่วมเรียนรู้ของทุกฝ่ายอย่างกว้างขวาง จนเกิดเป็นความเข้าใจของสังคม เป็นคุณค่าของสังคม และเป็นการปฏิบัติโดยสังคม
                กระบวนการนโยบายสาธารณะที่ดีต้องเน้นที่การเรียนรู้ร่วมกันอย่างเป็นกลาง โดยไม่เข้าไปสู่การเป็นปฏิปักษ์ การจ้องทำลาย หรือการเอาชนะคะคานกันด้วยทิฐิมานะ แต่เป็นการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ (Interactive learning through action) ซึ่งเป็นหัวใจของความสำเร็จในเรื่องต่างๆ
ทั้งนี้วิธีการดำเนินงานของชุดโครงการฯ จึงมุ่งไปสู่การกำหนดนโยบายสาธารณะที่ดีโดยใช้วิธีการดังต่อไปนี้
                1. สร้างและพัฒนาความรู้
ในการจัดทำนโยบายสาธารณะ แผนงาน โครงการฯ ตลอดจนมาตรการต่างๆ ในสังคมไทยจำนวนไม่น้อยที่เกิดขึ้นจากความคิดชั่วแล่นหรือคิดเอาเองของผู้มีอำนาจคนเดียวหรือไม่กี่คน โดยขาดฐานข้อมูลและหลักฐานที่ผ่านวิจารณญาณมาอย่างดี ดังนั้นการสร้างนโยบายหรือเครื่องมือของนโยบายที่อยู่บนฐานของความรู้ (Knowledge-based policy formulation) จึงเป็นหัวใจที่สำคัญของชุดโครงการฯ
                โดยวิธีในการสร้างและพัฒนาความรู้ มีทั้งการสังเคราะห์บทเรียนจากกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จ นำไปสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ดูงานอย่างกว้างขวางและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง การใช้ความรู้ในการจัดทำเกณฑ์ มาตรฐาน คู่มือ แนวทางปฏิบัติ การทบทวน ศึกษา วิจัยเพื่อทำการร่างกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ รวมทั้งข้อบัญญัติท้องถิ่นที่เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพและสุขภาวะของบุคคล ครอบครัว ชุมชน และสังคม โดยที่ประชาชนผู้มีสิทธิจำนวนหนึ่งสามารถเสนอเป็นร่างกฎหมายหรือร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นได้
                2. การเชื่อมและประสานเครือข่าย
ถือเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างประชาธิปไตยที่จะเป็นพลังทางศีลธรรม พลังทางสังคม พลังทางการเมือง และพลังทางปัญญา ดังนั้นชุดโครงการฯ จึงถูกออกแบบให้มีการเชื่อมประสานเครือข่ายมาทำงานร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การสร้างสุขภาวะของบุคคล ครอบครัว ชุมชนและสังคม โดยมสช.มีบทบาทที่สำคัญในการประสานเชื่อมโยงกลุ่ม องค์กร หน่วยงานของทุกภาคส่วนมาทำงานร่วมกันเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาที่ซับซ้อนทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น
                3.การจัดเวทีนโยบายสาธารณะ
เป็นการเปิดพื้นที่สาธารณะเพื่อนำเสนอข้อมูล ความรู้ที่ได้จากการทบทวน ศึกษา วิจัยอย่างเป็นระบบ เน้นการให้ความรู้มากกว่าการให้ความเห็นหรือความรู้สึกส่วนตัว และเป็นเวทีที่ถูกออกแบบให้มีองค์ประกอบเหมาะสมกับผู้คนจากภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน จึงจะทำให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง
                4. การสื่อสารสาธารณะหรือสื่อสารสังคม
เนื่องจากระบบของสังคมยังขาดการสื่อสารข้อมูลทำให้ห่างไกลจากการรับรู้ความจริงอย่างรอบด้าน ดังนั้นชุดโครงการฯ จึงออกแบบโดยให้ความสำคัญของการสื่อสารระหว่างเครือข่าย ข้ามเครือข่าย และนอกเครือข่าย ไปสู่การรับรู้ของสังคม เพื่อสร้างความเข้าใจต่อสังคมในวงกว้าง โดยให้สาธารณะรับทราบความจริงอย่างรอบด้านและมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง ทำให้เกิดความเข้าใจ เห็นคุณค่า และนำไปสู่การขับเคลื่อนสังคมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีในที่สุด
                5. การเรียนรู้เพื่อความเป็นพลเมือง
ถือเป็นหัวใจที่สำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เพราะประชาชนในระบอบประชาธิปไตยควรมีความเป็นพลเมืองที่มีคุณลักษณะ 5 ประการ คือ มีอิสรภาพ ยอมรับความแตกต่าง เคารพสิทธิเสรีภาพผู้อื่น รับผิดชอบต่อสังคม และมีความเข้าใจเรื่องพื้นฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตย
                การดำเนินงานในขั้นตอนนี้จึงมุ่งไปที่เป้าหมายของเครือข่ายตามประเด็น พื้นที่ องค์กร และกลุ่มคนในชุดโครงการเป็นสำคัญ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพความเป็นพลเมืองที่เอาการเอางาน ด้วยการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ ศึกษา ฝึกอบรม ที่มีความหลากหลายและเหมาะสมกับบริบทของแต่ละภาคีหุ้นส่วนหรือเครือข่ายตามประเด็นปัญหา เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองที่มีคุณลักษณะครบถ้วนเท่าที่จะเป็นไปได้ และเพื่อความเข้มแข็งของสังคมพลเมือง ซึ่งเป็นฐานสำคัญของระบอบประชาธิปไตย
                6. การรวบรวมรายชื่อพลเมืองผู้มีสิทธิ
เป็นกลไกและช่องทางที่รัฐธรรมนูญเปิดช่องไว้ให้ภาคประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายสาธารณะได้โดยตรง ด้วยการเสนอร่างกฎหมายหรือร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นต่อรัฐสภาหรือสภาท้องถิ่นตามลำดับ โดยจะต้องมีการทำความเข้าใจร่างกฎหมายหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นในแต่ละฉบับว่ามีความสำคัญอย่างไร กระทบกับสิทธิและสุขภาวะของบุคคล ครอบครัว ชุมชน และสังคมอย่างไร ตลอดจนมอบหมายให้มีผู้แทนของประชาชน 1 ใน 3 ของจำนวนคณะกรรมาธิการวิสามัญในการพิจารณาร่างกฎหมายต่อไป  
                ส่วนเว็บไซต์ของเราถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสื่อสารสาธารณะ เพื่อสื่อสารความรู้ความเข้าใจในกระบวนการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะต่อสังคมในวงกว้าง โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิตามรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ที่จะนำมาซึ่งสุขภาวะที่ดีของบุคคล ครอบครัว ชุมชน และสังคมนั่นเอง

 


ชุดโครงการพัฒนาการมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายสาธารณะด้านสิทธิที่เชื่อมโยงกับสุขภาวะ

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
Tel. 02-511-5855  Fax. 02-939-2122


© 2010-2017 Powered & Design by ServeRich.com