การเมืองภาคพลเมืองในรัฐธรรมนูญ 2550
พัฒนาการของสังคมไทยที่ผ่านมา อำนาจอธิปไตยยังไม่ได้เป็นของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง เพราะโครงสร้างของสังคมไทยที่ยังไม่สมดุล กล่าวคือ เป็นโครงสร้างที่อำนาจทุนขนาดใหญ่เข้ายึดอำนาจทางการเมืองและอำนาจรัฐ ทำให้สังคมอ่อนแอและถูกทอนกำลัง ส่งผลให้ความเป็นธรรมทางสังคมซึ่งรวมถึงสิทธิและสุขภาพของประชาชนเกิดขึ้นได้ยาก
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ จึงได้มีความพยายามในการปรับดุลยภาพทางสังคมดังกล่าว โดยได้วางหลักการในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิและสุขภาวะของประชาชน รวมทั้งให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครอง และตรวจสอบอำนาจรัฐเพิ่มขึ้นมากอย่างไม่เคยมีมาก่อน นับได้ว่าเป็นการเปิดพื้นที่การเมืองภาคพลเมืองในรัฐธรรมนูญเป็นครั้งแรก
อย่างไรก็ตาม สิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของประชาชนที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ ได้รับรองไว้ ยังไม่สามารถปรากฏผลในทางปฏิบัติอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ เพราะไม่มีกฎหมายลำดับรองออกมารับรองสิทธิเสรีภาพ ทำให้ไม่สามารถอ้างสิทธิในศาลได้ อีกทั้งรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ ไม่ได้กำหนดมาตรการในการบัญญัติกฎหมายลำดับรองให้เป็นไปตามหลักการสิทธิเสรีภาพที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังไม่ได้กำหนดกลไกในการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้รัฐธรรมนูญของเจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชน
ในการจัดทำรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ จึงได้ออกแบบให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ รวมทั้งให้ประชาชนลงประชามติว่ารับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนเจ้าของประเทศได้มีส่วนร่วมในการกำหนดกฎกติกาสูงสุดของประเทศ เพราะอำนาจอธิปไตยจะเป็นของประชาชนชาวไทยได้อย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อประชาชนมีสิทธิในการกำหนดกฎกติกาสูงสุด มีสิทธิในการกำหนดนโยบายหรือทิศทางของประเทศในทุกด้าน และมีสิทธิในการตรวจสอบอำนาจรัฐในทุกระดับ
โดยเนื้อหาของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้ร่างขึ้นโดยคงหลักการในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และการมีส่วนร่วมของประชาชนที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ ไว้ทั้งหมด อีกทั้งยังได้ขยายและเพิ่มหลักการใหม่ที่ไม่เคยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใดมาก่อน และได้กำหนดกลไก มาตรการในการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพให้ปรากฏเป็นจริง นอกจากนี้ยังได้กำหนดกลไกมาตรการรับรอง และการจำกัดสิทธิเสรีภาพ รวมทั้งส่งเสริม สนับสนุนการใช้สิทธิเสรีภาพในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ ตลอดจนมีการบันทึกเจตนารมณ์รายมาตราเพื่อไม่ให้ตีความรัฐธรรมนูญบิดเบือนไปจากเจตนารมณ์แท้จริงดังที่ผ่านมา
ด้วยเหตุนี้มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงได้พัฒนาชุดโครงการพัฒนาการมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายสาธารณะด้านสิทธิที่เชื่อมโยงกับสุขภาวะขึ้นมา โดยอาศัยบทบัญญัติตามรัฐธรรมมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ เพื่อให้เครือข่ายภาคพลเมืองหรือภาคประชาสังคมได้แสดงบทบาทในการขับเคลื่อนให้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ ให้มีผลในทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม
ในภาพรวมได้แสดงถึงกระบวนการขับเคลื่อนรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ กระบวนการดังกล่าวเป็นกระบวนการนโยบายสาธารณะ โดยทำการสร้างและพัฒนาฐานข้อมูลของเครือข่าย การสังเคราะห์บทเรียนกรณีที่ประสบความสำเร็จ (good practices) การทบทวนศึกษาและวิจัยเพื่อนำไปสู่การจัดทำร่างกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ ข้อบัญญัติท้องถิ่น ฯลฯ
การดำเนินงานสังเคราะห์นโยบายสาธารณะ การร่างกฎหมาย/ข้อบัญญัติท้องถิ่น การสังเคราะห์บทเรียน ดังกล่าวอยู่บนฐานของความรู้ (knowledge-based policy formulation) ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของชุดโครงการฯ ซึ่งเว็บไซต์นี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสื่อสารสาธารณะเพื่อเผยแพร่ความรู้ไปสู่สังคมในวงกว้าง
เพื่อให้การเมืองภาคพลเมืองได้มีส่วนสำคัญในการดำเนินการผลักดันและติดตามการใช้รัฐธรรมนูญให้มีผลในทางปฏิบัติตามเจตนารมณ์แห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ อันจะนำไปสู่การสร้างเสริมสุขภาวะของบุคคล ครอบครัว ชุมชน และสังคมได้ในที่สุด