ѺҴѡ лѺ Ҫԡ Fix ѡ
ข่าวล่าสุด ดีเอสไอมอบโลห์ผู้ใหญ่ประจบ พร้อมประกาศมิติใหม่ ทำงานร่วมทุกภาคส่วน
ระบบสมาชิก
Email:

















ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง
อบรมอาสาสมัครสระบุรี ป้องกันไฟป่า-ช่วยธรรมชาติ
กรมอุทยานฯ เฮ!มติเอกฉันท์บรรจุไม้พะยูงไทยขึ้นบัญชี 2 ไซเตส
สภาเกษตรกรจังหวัดตาก กับการแก้ปัญหาสารแคดเมียมแม่ตาว
นักอนุรักษ์เฮ...ส่อชนะคดีขยายถนนขึ้นเขาใหญ่
ทส.ตื่นส่งป่าไม้ลุยตรวจสอบรุกดอยลาน
+ข่าวทั้งหมด..




  Weblink
สื่อเผยแพร่ > Book
   | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8   ต่อไป 
 
ชื่อ :
สรุปโครงการพัฒนาศักยภาพและเชื่อมโยงเครือข่ายการทำงานด้านเด็ก
สาระสังเขป :

โครงการ

พัฒนาศักยภาพและเชื่อมโยงเครือข่ายการทำงานด้านเด็กวันที่ ๑๗ - ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๔ ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพ ฯ
 
ชื่อ :
การจัดการความรู้และสังเคราะห์แนวทางปฏิบัติของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล : การจัดการระบบการดูแลผู้ป่
สาระสังเขป :
อ่านเพื่อกำราบ “เบาหวาน” และ “ความดันโลหิตสูง”
                ทุกวันนี้หากเราหันหน้าไปมองคนรอบข้างไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่พี่น้องหรือญาติสนิทมิตรสหาย ก็จะพบว่า ในหนึ่งร้อยคนที่เรารู้จักนั้น ต้องมีคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงไม่น้อยกว่า 21 คน และมีคนที่เป็นโรคเบาหวานไม่น้อยกว่า 6 คน ซึ่งหากนับรวมทั้งประเทศก็จะพบว่ามีคนไทยเป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือโรคเบาหวานกันนับสิบล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงไม่น้อย
                แต่สถิติที่น่าสนใจกว่านั้น ก็คือ ยังมีคนไทยอีก 50.3% หรือคิดเป็นครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากรที่มีอายุเกิน 15 ปี ที่ยังไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง และอีก 31.2% ที่ยังไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคเบาหวาน
                โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง จึงเป็นมฤตยูเงียบที่ไม่สามารถจัดการด้วยวิธีคิดหรือมุมมองในการรักษาแบบเดิมๆ ได้อีกต่อไป
                แพทย์หญิงสุพัตรา ศรีวณิชชากร กล่าวไว้ในการประชุมวิชาการ “การจัดการเบาหวานบูรณาการปี 2552” ว่า “กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการปรับวิถีชีวิต (Intensive lifestyle interventions) ยังมีบุคลากรรับรู้และดำเนินการน้อย ทั้งๆ ที่สามารถจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานได้ 61-71% ช่วยลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานได้ 30-38% และลดโอกาสการเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนของโรคได้ 11.2-13.5% ซึ่งหมายถึงการสามารถป้องกันการเกิดโรคเบาหวานได้ร้อยละ 11 และยืดระยะเวลาการเป็นโรคออกไปได้ร้อยละ 61”
                การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตหรือพฤติกรรมของประชาชน จึงเป็น Key success หรือกุญแจดอกสำคัญในการต่อสู้กับสถานการณ์โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้เป็นอย่างดี
                ด้วยเหตุนี้สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) จึงได้ออกหนังสือเรื่อง “การจัดการความรู้และสังเคราะห์แนวทางปฏิบัติของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล : การจัดการระบบการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังกรณีเบาหวานและความดันโลหิตสูง” ขึ้นมาเพื่อช่วยเป็นแนวทางให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทั่วประเทศใช้ในการบริหารจัดการกับสองโรคร้ายนี้ให้อยู่หมัด
                โดยหนังสือเล่มนี้เริ่มต้นตั้งแต่การอธิบายแนวคิดสำคัญๆ ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เพื่อเป็นการปูพื้นไปสู่แนวทางและรูปธรรมในการปฏิบัติงานในบทต่อๆ ไป
                ลำดับต่อมาเป็นเรื่องแนวคิดการทำงานในการดูแลกลุ่มผู้มีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง โดยเน้นย้ำกรอบแนวคิดในการทำงานแบบมีส่วนร่วมกับ 3 ส่วน คือ ตัวผู้ป่วยและครอบครัว ชุมชน และระบบบริการสุขภาพ พร้อมชี้ให้เห็นองค์ประกอบของระบบบริการสุขภาพทั้ง 6 ส่วน
                ไล่เรียงมาถึงเรื่องสถานการณ์ของโรคเพื่อชี้ให้เห็นถึงความสำคัญในการจัดการกับโรคเรื้อรังทั้งสองชนิดนี้ รวมถึงการอธิบายกลุ่มเป้าหมาย พร้อมผลลัพธ์ที่คาดหวังและแนวทางทำงานสำหรับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเพื่อใช้ในการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่ม
                ถัดมาเป็นเรื่องกระบวนการพัฒนาระบบจัดการเบาหวานและความดันโลหิตสูงแบบบูรณาการของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ที่ให้กรอบแนวทางการจัดบริการดูแลรักษาโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงใน รพ.สต. ไว้ 8 ประการ คือ 1.การเตรียมความพร้อมเรื่องข้อมูลสถานการณ์เกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมาย ระบบยาและเวชภัณฑ์ รวมทั้งบุคลากร รพ.สต. 2.การประเมินสภาพและคัดกรองผู้ป่วย 3.การตรวจรักษาและดูแลผู้ป่วย 4.การให้คำปรึกษาและเสริมศักยภาพในการดูแลตนเองของผู้ป่วย 5.การจัดบริการด้านเภสัชกรรม 6.การให้บริการต่อเนื่อง 7.การเชื่อมต่อบริการระหว่าง รพ.สต. และโรงพยาบาลแม่ข่าย และ 8.การดำเนินการเชิงรุกร่วมกับชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
                ซึ่งเนื้อหาในส่วนนี้ยังได้สอดแทรกกรณีศึกษาสั้นๆ ที่น่าสนใจไว้หลายๆ กรณี เช่น ตัวอย่างเกณฑ์การติดตามเยี่ยมบ้านผู้ป่วยเบาหวานของ รพ.สต. โคกสี เมืองขอนแก่น ตัวอย่างการสนับสนุนให้เกิดการดูแลตนเองที่ประสบความสำเร็จของโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก ตัวอย่างการสร้างเสริมศักยภาพของการบริหารยาด้วยตนเองของศูนย์สุขภาพชุมชน 2 วัดป่าสาลวัน โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เป็นต้น
                ในช่วงท้ายหนังสือมีคำถามที่พบบ่อย นำเสนอในรูปแบบถามตอบ เพื่อแก้ปัญหาคาใจให้คลายใจและกระจ่างยิ่งขึ้น ก่อนที่จะเพิ่มเติมในส่วนของการจัดการและใช้ประโยชน์ข้อมูลเพื่อประเมินผลกิจกรรมและผลลัพธ์บริการ ซึ่งนำเสนออย่างเป็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน ผนวกด้วยการรวบรวมหนังสือชุดความรุ้และเว็บไซต์เผยแพร่ความรู้ในการดูแลกลุ่มโรคเรื้อรังทั้งสองโรค เพื่อให้ผู้อ่านสามารถศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมได้โดยสะดวก และยังแถมซีดีที่เกี่ยวกับรายละเอียดในการรักษาโรคเรื้อรังทั้งเบาหวานและความดันโลหิตสูงมาให้ด้วย หนังสือเล่มนี้จึงเป็นสิ่งที่คนใน รพ.สต. ทุกคนไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
และหากอานิสงค์ของหนังสือเล่มนี้เริ่มผลิดอกออกผลเมื่อไหร่ ไม่เพียง รพ.สต. จะกลายเป็นกองหน้าในการกำราบโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้เป็นอย่างดีเท่านั้น ทว่าวันหนึ่งสังคมไทยอาจไม่รู้จักกับคำว่า “เบาหวาน” และ “ความดันโลหิตสูง” อีกต่อไปก็เป็นได้
 
ชื่อ :
ใกล้บ้านใกล้ใจ:ประสบการณ์จัดระบบบริการสุขภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
สาระสังเขป :
จากแนวคิดที่ว่าให้คนในชุมชนดูแลกันเอง บางท่านอาจจะยังสงสัยว่าจะมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด เพราะแต่ละคนในชุมชนก็ต้องมีภาระหน้าที่ของตน การที่จะยอมเสียสละมาทำประโยชน์ให้ส่วนรวมจะมีความเป็นไปได้หรือไม่
                แต่ทุกฝ่ายที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับหน่วยบริการด้านการดูแลสุขภาพในหนังสือเล่มนี้ ล้วนเกิดจากการร่วมมือร่วมใจกันจากทั้งคนในชุมชนและเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็ไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆเป็นพิเศษ
                เพราะฉะนั้นหน่วยงานด้านการดูแลสุขคนในชุมชนของแต่ละท้องถิ่นในหนังสือเล่มนี้ล้วนมีความน่าสนใจทั้งในเรื่องการก่อตั้ง การพัฒนา และการประสานงานเพื่อขอความร่วมมือจากองค์การต่างๆ เพื่อช่วยให้การดำเนินงานของหน่วยงานนั้นๆมีประสิทธิภาพ และสามารถดูแลสุขภาพคนในชุมชนได้ ดังจะยกตัวอย่างให้เห็น ดังนี้
หน่วยกู้ภัยกุดหว้า
.ศ.๒๕๔๘ หน่วยกู้ภัยกุดหว้า เป็นหน่วยกู้ภัยที่มีระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน หรือระบบ EMS (Emergency Medical Service) กลายเป็นแหล่งเรียนรู้จากหน่วยงานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง 
แต่ก่อนจะมาถึงวันนี้ใครจะทราบบ้างว่าการก่อตั้งหน่วยกู้ภัยกุดหว้า เกิดจากแรงบันดาลใจเมื่อมารดาต้องเสียชีวิตเพียงเพราะในนาทีสุดท้ายของลมหายใจไม่มียานพาหนะนำส่งโรงพยาบาล เป็นเหตุให้คุณแก้ววิฑูรย์ จำพล มีแนวคิดในการก่อตั้งหน่วยกู้ภัยแห่งนี้ขึ้น
การก่อตั้งและพัฒนาการของหน่วยกู้ภัยกุดหว้า โดยการใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัว ตลอดจนการแสวงหาแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่บรรดาอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการให้ความช่วยเหลือชีวิตผู้อื่นที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง....
 
คลีนิค ๒๐ บาทรักษาทุกโรค เทศบาลตำบลอุโมงค์
ที่เทศบาลตำบลอุโมงค์ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน มีการสร้างเสริมสุขภาพในเชิงรุก ที่ถือได้ว่ามีความแตกต่างจากชุมชนอื่น คือการจัดให้มีการตรวจและให้ความรู้ด้านสุขภาพ  ในงานศพทุกงานในเขตเทศบาลฯ เป็นประจำและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากชาวบ้าน    
แต่อีกส่วนหนึ่งที่ถือได้ว่าเป็นการซ่อมสุขภาพ ที่ทางเทศบาลอุโมงค์ยอมประสบภาวะขาดทุนโดยแบกรับค่าใช้จ่ายวันละ ๒,๐๐๐ บาท ในรูปแบบ “คลินิก ๒๐ บาทรักษาทุกโรค” โดยเปิดให้บริการทุกวัน และคิดค่าบริการเพียงครั้งละ ๒๐ บาท
กระบวนการสร้างและซ่อมสุขภาพของเทศบาลอุโมงค์จึงมีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะถึงแม้ว่าเทศบาลตำบลอุโมงค์จะมีรายจ่ายเพิ่มมากขึ้น แต่เพื่อแลกกับการได้เห็นชาวบ้านมีสุขภาพที่ดีทำให้เทศบาลอุโมงค์ไม่เคยคิดที่จะปิดให้บริการคลินิก ๒๐ บาทรักษาทุกโรคเลย...
กองทุนสุขภาพชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบลศรีฐาน
หน่วยงานด้านการดูแลสุขภาพในหลายพื้นที่อาจจะทำหน้าที่ทั้งการซ่อมและสร้างสุขภาพ แต่ที่ตำบลศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร มีการจัดตั้งหน่วยงานรองรับทั้งการซ่อมและการสร้างสุขภาพ ที่แยกส่วนการรับผิดชอบอย่างชัดเจน กล่าวคือ
ในส่วนของการซ่อมสุขภาพ มีโรงพยาบาล ๒ บาท ที่เกิดจากการที่ชาวบ้านช่วยลงขันกันเป็นประจำหลังคาเรือนละ 2 บาท ทุกเดือน เพื่อการดำเนินการรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพ
และในส่วนของการซ่อมสุขภาพ มีศูนย์บริการสุขภาพชุมชนศรีฐาน ที่เกิดจากการจัดตั้งกองทุนเพื่อการสร้างสุขภาพ เพื่อการดูแลสุขภาพคนในชุมชน
กระบวนการและแนวคิดของคนในชุมชนศรีฐานจึงน่าศึกษาเป็นอย่างมาก ว่าเหตุใดชุนชนแห่งนี้จึงสามารถแปรเปลี่ยนความเข้มแข็งของชุมชน มาเป็นเป็นพันธะกิจร่วมในการดูแลสุขภาพระดับปฐมภูมิของคนในชุมชนได้
 
สร้างสุขภาวะ...สร้างคนจากท้องถิ่น ผลิตพยาบาล...คืนสู่คนตำบลน้ำพอง
ทั้งจากแนวคิดของนายแพทย์ประเวศ วะสี ที่อยากเห็นทุกหมู่บ้านมีคนที่สามารถทำหน้าที่ดูแลเรื่องสุขภาพได้ทุกเรื่อง ทำให้องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำพองตระหนักว่าการดูแลสุขภาพในระดับปฐมภูมิที่ดี ผู้ให้บริการต้องมีความผูกพันเหมือนเป็นญาติ และดูแลอย่างต่อเนื่อง
จึงได้ผลักดัน โครงการผลิตบุคลากรทางการพยาบาลโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อส่งคนในท้องถิ่นไปเรียนทั้งที่คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี และวิทยาลัยสาธารณสุขสิรินธร เพื่อให้บุคคลากรเหล่านี้กลับมาทำงานในท้องถิ่นของตัวเองเมื่อจบการศึกษาแล้ว
การผลิตบุคคลากรเหล่านี้นับว่าเป็นประโยชน์ต่อชุมชนระยะยาวเป็นอย่างมาก แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ได้องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำพองจะมีอุปสรรค์หรือวิธีดำเนินการอย่างไร.......
 
นี่เป็นเพียงตัวอย่าง 4 กรณี จากทั้งหมด 13 กรณี ที่น่าสนใจ เนื่องจากทุกหน่วยงานด้านการดูแลสุขภาพของคนในชุมชนที่หนังสือเล่มนี้นำมาบอกเล่า ล้วนเป็นหน่วยงานที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศทั้งสิ้น
จากการนำทฤษฎีสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขาของนายแพทย์ประเวศ วะสี ที่มีองค์ประกอบทั้ง 3 คือ ประชาชน รัฐ และท้องถิ่น มาเป็นแนวทางในการดูแลสุขภาพของคนในชุมชน ดังนั้นเพื่อศึกษาในรายละเอียดรวมถึงวิธีการประสานความร่วมมือจากองค์กรต่างๆเพื่อสุขภาพที่ดีของคนในชุมชน  จึงควรเปิดหนังสือเล่มนี้อ่านโดยทันที.....
 
ชื่อ :
ภาคประชาชนไม่มีวันล่มสลาย
สาระสังเขป :
ในการต่อสู้ที่ชายขอบทางการเมือง ผ่านยุคประชานิยมสุดขั้วมาจนถึงยุคประชาธิปไตยแบบแบ่งสี ภาคประชาชนไทยยังคงเคลื่อนไหวต่อเนื่อง แม้จะมีบางส่วนอ่อนล้าถอยแรง แต่ก็มีหลายส่วนเข้มแข็งและเบ่งบาน
 
ชื่อ :
Civic Exercise ออกกำลังกายการเมืองภาคพลเมือง เพื่อสุขภาวะสังคมประชาธิบไตย
สาระสังเขป :
   | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8   ต่อไป 



ชุดโครงการพัฒนาการมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายสาธารณะด้านสิทธิที่เชื่อมโยงกับสุขภาวะ

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
Tel. 02-511-5855  Fax. 02-939-2122


© 2010-2017 Powered & Design by ServeRich.com