ѺҴѡ лѺ Ҫԡ Fix ѡ
ข่าวล่าสุด ดีเอสไอมอบโลห์ผู้ใหญ่ประจบ พร้อมประกาศมิติใหม่ ทำงานร่วมทุกภาคส่วน
ระบบสมาชิก
Email:

















ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง
อบรมอาสาสมัครสระบุรี ป้องกันไฟป่า-ช่วยธรรมชาติ
กรมอุทยานฯ เฮ!มติเอกฉันท์บรรจุไม้พะยูงไทยขึ้นบัญชี 2 ไซเตส
สภาเกษตรกรจังหวัดตาก กับการแก้ปัญหาสารแคดเมียมแม่ตาว
นักอนุรักษ์เฮ...ส่อชนะคดีขยายถนนขึ้นเขาใหญ่
ทส.ตื่นส่งป่าไม้ลุยตรวจสอบรุกดอยลาน
+ข่าวทั้งหมด..




  Weblink
โรงเรียนบ้านอุ่นไอรัก การศึกษากับคุณค่าความเป็นมนุษย์  Date : 6/08/2010  

จากปัญหาการปรับตัวให้เข้ากับการเรียนในโรงเรียนปกติ ทั้งเรื่องความรุนแรงจากการตี การใช้คำพูดที่ส่งผลต่อสภาพจิตใจ และการที่เด็กบางคนไม่มีสถานภาพทางทะเบียนราษฎร์ เมื่อไปโรงเรียนก็ได้รับการปฏิบัติในความเป็นมนุษย์แตกต่างจากเด็กที่มีสถานภาพ ปัญหาเหล่านี้ส่งผลต่อการเรียนรู้และก่อปมปัญหาในจิตใจเด็กมากขึ้น
 
ปรัชญานีโอฮิวแมนนิสต์จึงถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการชำระล้างความหมองมัวในจิตใจเด็ก และแต่งแต้มความบริสุทธิ์สดใสเข้าไปแทนที่ โดยมีโรงเรียนที่แสนอบอุ่นและมากล้นด้วยความรัก ที่ชื่อว่า “โรงเรียนบ้านอุ่นไอรัก” เป็นสถานที่รองรับ
 
จากปัญหาในกระแสหลัก สู่ หนทางในกระแสรอง
 
แนวคิดนีโอฮิวแมนนิสต์ (Neo humanist Education) เป็นแนวคิดปรัชญาตะวันออกของกูรู นาม พี อาร์ สาร์คา ชาวอินเดีย เริ่มเข้ามาประเทศไทย พร้อมกิจกรรมการอาสาพัฒนาชุมชนในชนบท และนำไปสู่การให้การศึกษาในเวลาต่อมา โดยเมื่อปี พ.ศ.2525 ได้มีการจดทะเบียนเป็นองค์กรนิติบุคคล ชื่อว่า “มูลนิธินวมนุษยธรรม” (Neo Humanist Foundation) สำนักงานใหญ่ที่จังหวัดชุมพร
 
โครงการสวนเด็กอานันดชยามะ เป็นโครงการหนึ่งของมูลนิธิ ก่อตัวขึ้นในอำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร มีลักษณะเป็นการศึกษาเป็นบ้านเรียน สอนเด็กระดับประถมและมัธยมอย่างไม่เป็นทางการ แต่มีอุปสรรคเรื่องพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล ทำให้เด็กมาเรียนน้อย อาสาสมัครก็มาไม่ต่อเนื่อง โครงการนี้จึงยุติลงและขยับขยายถ่ายเปลี่ยนมาเป็นโครงการใหม่ คือ โครงการบ้านอุ่นรัก และ โรงเรียนบ้านอุ่นรัก ในเวลาต่อมา
 
โครงการบ้านอุ่นรัก ตั้งขึ้นในปี 2534 ที่อำเภอสังขละบุรี มีวัตถุประสงค์แรก คือรับอุปการะเด็กที่อยู่ในภาวะยากลำบาก และไม่อาจปรับตัวเข้ากับระบบการศึกษาได้ โดยได้นำหลักปรัชญานีโอฮิวแมนนิสต์เข้ามาเป็นแนวทางในการสอน นอกจากนี้ยังดูแลสตรีและผู้สูงอายุที่มีฐานะยากจน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาติพันธุ์ต่างๆและเป็นพม่าพลัดถิ่น
 
ในปี พ.ศ.2545 เด็กในโครงการมีมากขึ้นเรื่อยๆ จึงจัดหาทุนจากผู้ที่สนใจ ซึ่งได้รับทุนเพื่อสร้างโรงเรียนจากหน่วยงานภาคธุรกิจเอกชน และบุคคลทั่วไป จนกระทั่งในวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2548 โรงเรียนเอกชนของมูลนิธิได้จัดตั้งขึ้น โดยใช้ปรัชญาและหลักสูตรนีโอฮิวแมนนิสต์ มาดำเนินการจัดการสอน นอกจากนี้ โครงการบ้านอุ่นรักที่เป็นบ้านพักพิงเด็กก็ได้ย้ายไปตั้งอีกที่หนึ่ง ทำให้โรงเรียนมีพื้นที่มากขึ้น
 
ปัจจุบันโรงเรียนมีนักเรียนในความดูแลกว่า 300 คน ในระดับเนอสเซอรี่อนุบาล 1-3 และประถมศึกษาปีที่ 1-6 เด็กส่วนมากยังเป็นเด็กในความดูแลของโครงการบ้านอุ่นรักและโครงการบ้านเด็กป่า รวมทั้งเด็กที่มาจากครอบครัวปกติในชุมชน เด็กมีทั้งสัญชาติไทย มอญ กะเหรี่ยง พม่าพลัดถิ่น โรงเรียนนี้จึงเป็นทางเลือกที่สอดรับกับการพัฒนามนุษย์ในสังคมโดยไม่แบ่งเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา วัฒนธรรม ชนชั้น และวรรณะ
 
เรียน เล่น เน้นคุณธรรม
 
ปรัชญาหลักของนีโอฮิวแมนนิสต์ เน้นการศึกษาองค์รวม เน้นความเป็นมนุษยนิยมและเชื่อว่าการศึกษาคือการทำให้มนุษย์มีปัญญาและเป็นไท โดยการศึกษาควรเน้นที่ความรัก ความเคารพในสรรพสิ่ง ทั้งที่ปรากฏอยู่และไม่ปรากฏอยู่ในสากลจักรวาล การศึกษาองค์รวมที่มีมนุษย์อยู่เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว สังคม ชุมชน ไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา ชนชั้นต่างๆ รวมถึงมนุษย์เป็นชนิดพันธุ์หนึ่งที่มีคุณค่าต่อสรรพสิ่งและต้องพึ่งพากัน
 
ปรัชญาของโรงเรียนบ้านอุ่นรัก คือการนำปรัชญาข้างต้นมาปฏิบัติให้เข้ากับสังคมไทย และไม่จำกัดอยู่ในวัฒนธรรมใดวัฒนธรรมหนึ่ง โดยถือเอาความหลากหลายเป็นตัวขับเคลื่อนการเรียนรู้ การศึกษาของโรงเรียนจึงต้องปรับให้เข้ากับมนุษย์ในสังคมและวัฒนธรรมนั้น โดยความเป็นชุมชน ท้องถิ่น วัฒนธรรม และค่านิยม ล้วนเป็นกลไกในการพัฒนามนุษย์ทั้งสิ้น
 
เป้าหมายสูงสุดของการศึกษานีโอฮิวแมนนิสต์ในโรงเรียนบ้านอุ่นรัก คือ แนวคิดการสร้าง “คนที่สมบูรณ์” หรือ คนที่มีร่างกายแข็งแรง มีสติปัญญาหลักแหลม มีความคิดสร้างสรรค์ เพียบพร้อมด้วยคุณธรรม ความรัก ความเมตตากรุณา และพร้อมที่จะอุทิศตนเพื่อความสันติสุขของสิ่งมีชีวิตทั้งมวล
 
        เพื่อให้แนวทางการจัดการศึกษาข้างต้นสัมฤทธิ์ผล ทางโรงเรียนได้นำหลักคุณธรรมตามหลักการโยคะมาใช้ โดยให้เด็กทำโยคะและสมาธิควบคู่กับการส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้และเข้าใจสรรพสิ่งรอบตัวรวมถึงตัวเอง เน้นให้เด็กปฏิบัติต่อตนเองและผู้อื่นอย่างมีคุณธรรม โดยเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ การกระทำ และการได้รับผลทางบวกหากทำได้ดี เช่น ได้รับคำชม และเด็กภูมิใจในตัวเอง
 
การเรียนรู้มักผ่านการเล่นเกมส์ และนิทานเรื่องเล่า โดยจะสอดแทรกอยู่ในบทเรียนต่างๆผ่านการสนทนา คิดวิเคราะห์ แลกเปลี่ยนความคิดกัน ก่อนที่จะตัดสินใจ เช่น บทเรียนเรื่องรามเกียรติ์ที่มีทั้งคนดีและคนชั่ว เด็กจะเรียนรู้จากการแสดงละคร การอ่านบทกลอนและวิเคราะห์จากเรื่องได้ และเลือกว่าตนจะปฏิบัติแบบใครในเรื่อง และได้รับผลอย่างไร ฉะนั้นหลักคุณธรรมจึงไม่ได้มีเพื่อบีบบังคับให้เด็กทำโดยเขาไม่เข้าใจ ส่วนเด็กเล็กๆจะซึมซับคุณธรรมจากครูที่เป็นแบบอย่าง ครูจึงถือเป็นกลไกที่สำคัญในการอธิบายให้เด็กเข้าใจถึงการปฏิบัติเรื่องคุณธรรม ซึ่งจำเป็นต้องเป็นต้นแบบที่ดีอย่างสม่ำเสมอ
 
ในการจัดการศึกษา จะไม่ปิดกั้นความคิดความต้องการทางการศึกษาของเด็ก แต่พร้อมเปิดรับการพัฒนาศักยภาพของเด็กๆอย่างเต็มที่ อีกทั้งมีการจัดเนื้อหาให้เหมาะสมกับวัย มีความสนุกสนาน และเร้าความสนใจ ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้และกระหายที่จะรู้ด้วยตนเอง การเรียนการสอนเป็นไปอย่างมีความสุข เสริมสร้างจิตใจและหัวใจของความเป็นมนุษย์ให้เบิกบาน พร้อมแผ่ขยายให้ผู้อื่น
 
ฟูมฟักถึงจิตวิญญาณ

        การพัฒนามนุษย์องค์รวมของนีโอฮิวแมนนิสต์ จะให้ความสำคัญกับการพัฒนากายก่อน โดยให้เด็กรับประทานอาหารเจ ทั้งยังได้รับการดูแลสุขภาพจากครูประจำชั้น ส่งผลให้เด็กมีสุขภาพจิตที่ดีตามไปด้วย โดยทุกเนื้อหาสาระการสอนการแนะนำเด็กๆจะสอดแทรกการพัฒนาจิตระดับต่างๆอยู่เสมอ ทั้งยังเสริมสุขภาพของเด็กด้วยการเล่นโยคะและการเล่นกีฬาด้วย

        สำหรับการพัฒนาจิตวิญญาณของเด็กให้ละเอียดอ่อน การศึกษานีโอฮิวแมนนิสต์มีลักษณะเช่นเดียวกับการศึกษาศาสตร์ทางจิตวิทยาที่แบ่งระดับจิตใจของมนุษย์เป็นระดับต่างๆ การปรับพฤติกรรมของมนุษย์จะเป็นไปตามความต้องการหรือการรับรู้ของจิตที่ไม่อยู่นิ่ง มนุษย์จึงต้องการรางวัล ต้องมีแรงจูงใจในการเรียนในทางบวกเสมอๆและบางครั้งก็ต้องมีการลงโทษ โดยการศึกษาแบบนีโอฮิวแมนนิสต์จะเน้นการพัฒนาจิตให้ละเอียดอ่อนและเป็นหนึ่งเดียวกับพลังทางบวกที่อยู่ในจักรวาล การปรับพฤติกรรมของมนุษย์ต้องเตรียมสภาพแวดล้อม แบบอย่าง วิธีการพัฒนาจิตอย่างตระหนักรู้ และงดเว้นการลงโทษที่รุนแรง แต่เมื่อจำเป็นต้องลงโทษต้องมีเหตุผล
                
        การพัฒนาจิตเกี่ยวข้องกับคลื่นสมอง วิธีการหนึ่งที่เชื่อมั่นว่าจะใช้ในการพัฒนาจิตทุกระดับได้คือ การทำสมาธิ การทำสมาธินี้จะทำให้คลื่นสมองสม่ำเสมอ การรับรู้และการเรียนรู้จะดีขึ้น ในการศึกษาแบบนีโอฮิวแมนนิสต์นั้นจะให้เด็กนั่งสมาธิวันละ
2-5นาที ก่อนเข้าเรียนในแต่ละวัน ในระยะเริ่มต้นจะใช้วิธีการฝึกสมาธิผสมผสานจินตภาพเพื่อสร้างจินตนาการแก่เด็กๆทั้งระดับอนุบาลและประถม โดยจะท่องคำมันตราหรือมนต์ และร้องเพลง “บาบานัม เกวาลัม” ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับหลักสูตรการเรียนการสอนที่เรียกว่า “วงกลมแห่งความรัก”
               
       
“วงกลมแห่งความรัก” คือ วงล้อแห่งความรู้ เป็นหลักสูตรที่รวมสาขาวิชาต่างๆเข้าด้วยกัน เน้นสร้างประสบการณ์ให้แก่เด็กอนุบาลที่เป็นวัยที่สำคัญที่สุดในการเริ่มต้นเรียนรู้ และนำมาประสานการเรียนรู้ต่อในระดับประถมศึกษาซึ่งมีเนื้อหาสอดคล้องกับสังคมและการเปลี่ยนแปลงของชุมชนท้องถิ่น โลก และจักรวาล ทำให้มีการนำบริบทของสังคมมาเป็นหน่วยการเรียนรู้ในการประยุกต์เข้ากับหลักสูตรวงกลมแห่งความรัก

        การเรียนการสอนเช่นนี้ ทำให้เด็กได้เรียนรู้ที่จะเข้าใจ ตัวเอง ผู้อื่น เข้าใจธรรมชาติสรรพสัตว์ สังคมมนุษย์รอบตัวที่มีอยู่หลายระดับทับซ้อนกันอยู่ในความหลากหลายของสังคม มิใช่เพียงศึกษาแต่เรื่องใกล้ตัวโดดๆหรือวัฒนธรรมเดียว
               
        สำหรับการวัดประเมินผลของเด็กนั้น แม้ยังมีกฎระเบียบมากมายที่โรงเรียนต้องปฏิบัติตาม เช่น การสอบเข้ามหาวิทยาลัย การต้องผ่านเกณฑ์การประเมินโรงเรียนจากภายนอกของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) ซึ่งทำให้การจัดการศึกษาไม่คล่องตัวและไม่อิสระ แต่เนื่องจากโรงเรียนอยู่ในพื้นที่ห่างไกล อีกทั้งการจัดการศึกษาก็มีศักยภาพพอสมควร ทำให้ได้รับการสนับสนุนในเรื่องการจัดการศึกษาจากภาครัฐพอสมควร และยังคงเป็นการศึกษาทางเลือกเพื่อเด็กในพื้นที่อำเภอสังขละบุรีต่อไป
 
        แม้โรงเรียนบ้านอุ่นไอรัก จะเป็นเพียงโรงเรียนเอกชนเล็กๆในเขตพื้นที่ที่ห่างไกล แต่สิ่งที่โรงเรียนแห่งนี้ก่อขึ้นกลับไม่ใช่สิ่งเล็กๆ และห่างไกลคุณภาพเอาเสียเลย สิ่งสำคัญที่จะทำให้โรงเรียนแห่งนี้มีพลังขับเคลื่อนและเผยแพร่แนวคิดออกไปสู่วงกว้าง นั่นคือ การสนับสนุนจากทุกภาคส่วนของสังคม โดยเฉพาะภาครัฐ ซึ่งถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยจะเปิดใจยอมรับการศึกษากระแสรองเสียที
               
เรียบเรียงโดย อชิชญา อ๊อตวงษ์
รายการอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:


ชุดโครงการพัฒนาการมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายสาธารณะด้านสิทธิที่เชื่อมโยงกับสุขภาวะ

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
Tel. 02-511-5855  Fax. 02-939-2122


© 2010-2014 Powered & Design by ServeRich.com