ѺҴѡ лѺ Ҫԡ Fix ѡ
ข่าวล่าสุด ดีเอสไอมอบโลห์ผู้ใหญ่ประจบ พร้อมประกาศมิติใหม่ ทำงานร่วมทุกภาคส่วน
ระบบสมาชิก
Email:

















ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง
อบรมอาสาสมัครสระบุรี ป้องกันไฟป่า-ช่วยธรรมชาติ
กรมอุทยานฯ เฮ!มติเอกฉันท์บรรจุไม้พะยูงไทยขึ้นบัญชี 2 ไซเตส
สภาเกษตรกรจังหวัดตาก กับการแก้ปัญหาสารแคดเมียมแม่ตาว
นักอนุรักษ์เฮ...ส่อชนะคดีขยายถนนขึ้นเขาใหญ่
ทส.ตื่นส่งป่าไม้ลุยตรวจสอบรุกดอยลาน
+ข่าวทั้งหมด..




  Weblink
โรงเรียนสัมมาสิกขาศีรษะอโศก ถ่ายทอดจิตวิญญาณอันดีงาม  Date : 3/03/2010  

ในปี 2532 ชาวชุมชนศีรษะอโศกเริ่มตระหนักถึงเรื่องการศึกษาของลูกหลาน เพราะลูกหลานในชุมชนที่ออกไปเรียนโรงเรียนนอกชุมชน ได้นำเอาวัฒนธรรมที่แตกต่างกันมาใช้ในชุมชน เช่น รับประทานเนื้อสัตว์ เล่นเกม ดูการละเล่น ชอบเที่ยว เลี่ยงงาน ขี้เกียจทำงาน ฯลฯ กรรมการชุมชนจึงเห็นว่าถ้าให้การศึกษาแบบนี้กับลูกหลานต่อไปปัญหาต่างๆ จะตามมามากมาย” อาจารย์ขวัญดิน สิงห์คำ เล่าถึงที่มาของการจัดการศึกษาในโรงเรียนสัมมาสิกขาศีรษะอโศกเพื่อธำรงวิถีชีวิตตามความเชื่อของชาวชุมชนศีรษะอโศก
 
เหตุบันดาลใจ 6 ประการ   
 
ชุมชนศีรษะอโศกก่อร่างขึ้นเมื่อปี 2519 จากจุดเริ่มต้นที่ชาวบ้านในบริเวณนี้ลงขันสร้างวัดเพื่อปฏิบัติธรรม ภายใต้ชื่อ “พุทธสถานศีรษะอโศก” ตามแนวทางของสมณะโพธิรักษ์ ผู้ก่อตั้งสำนักสันติอโศก ต่อมาในปี 2530 ญาติธรรมที่มาปฏิบัติธรรมระยะยาวมีจำนวนมากขึ้น มีกิจกรรมการปฏิบัติธรรมถี่ขึ้น กลุ่มผู้ปฏิบัติธรรมจึงได้ร่วมกันสร้างชุมชนชื่อ “หมู่บ้านพุทธธรรม” ขึ้นมารองรับ แต่คนส่วนใหญ่จะรู้จักมักคุ้นกันในนามชุมชนศีรษะอโศก
 
หมู่บ้านศีรษะอโศก เริ่มให้ความสำคัญกับการศึกษาของเยาวชนตั้งแต่ปี 2525 โดยในระยะแรกมีการเปิดโรงเรียนพุทธธรรมชื่อ “แซงแซวน้อยเรียนธรรม” เพื่อสอนศาสนาให้เยาวชนในวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งเยาวชนที่มารับการศึกษาส่วนใหญ่คือลูกหลานของญาติธรรมและชาวบ้านกระแซงตลอดจนชาวบ้านในหมู่บ้านใกล้เคียง
 
การเรียนการสอนจะฝึกให้เด็กถือศีล 5 เรียนรู้พุทธประวัติ ฝึกมารยาทไทย เล่นเกมแบบไทย เรียนรู้การพึ่งตนเอง ฝึกการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม เช่น การทำความสะอาดบริเวณวัด ห้องน้ำ การปลูกต้นไม้ การปลูกพืชสวนครัว การทำอาหารมังสวิรัติ และมีการกางกลดฟังธรรม เพื่อบ่มเพาะจิตวิญญาณของเด็กให้ซึมซาบในธรรมะ
 
ต่อมาในปี 2533 ชาวชุมชนศีรษะอโศกจึงเริ่มคิดถึงการจัดระบบการศึกษาของตนเองเพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตในชุมชน ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการส่งบุตรหลานของคนในชุมชนไปศึกษาในระบบโรงเรียนภายนอกชุมชน ที่ทำให้ชาวชุมชนได้บทสรุปอันน่าสนใจยิ่ง 6 ประการ ว่า
 
1.ระบบการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการที่มีอยู่ ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของชุมชนได้
 
2.ระบบการศึกษาของกระทรวงศึกษาที่มีอยู่ คือเครื่องมือขโมยลูกหลานที่มีสติปัญญาดี เหลือเพียงผู้โง่เขลาไว้ให้ชุมชน แล้วชุมชนจะพัฒนาได้อย่างไร
 
3.ระบบการศึกษาของกระทรวงศึกษาที่มีอยู่เป็นลัทธิบูชาเงิน สร้างลูกหลานให้เป็นคนเห็นแก่ตัว ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย เห็นแก่เงิน นอกจากไม่ทำให้เด็กได้เพิ่มคุณธรรมและจริยธรรมแล้ว ยังทำให้เด็กทิ้งคุณธรรมและจริยธรรมที่เคยสั่งสมมาก่อนเข้าโรงเรียน ดังนั้นเด็กที่ผ่านการศึกษาที่ยิ่งสูงยิ่งผลาญชุมชน แทนที่จะช่วยสร้างผลผลิตหรือสร้างชุมชน กลับทำให้พ่อแม่ต้องเป็นหนี้เป็นสินหรือขายไร่ขายนา
 
4.ระบบการศึกษาของกระทรวงศึกษาที่มีอยู่ เอาลูกหลานไปสอนให้เป็นทาส สร้างความร่ำรวยให้กับคนเพียงไม่กี่คน เป็นเครื่องมือให้คนส่วนน้อยขูดรีดซ้ำเติมความเดือดร้อนให้กับชุมชนที่เขาจากมา
 
5.ระบบการศึกษาของกระทรวงศึกษาที่มีอยู่ สอนให้เด็กเนรคุณพ่อแม่ ชุมชน ประเทศชาติ ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะขาดภูมิปัญญาแยกดีชั่ว
 
6.ระบบการศึกษาของกระทรวงศึกษาที่มีอยู่ ทำให้เด็กหยิบโหย่ง ทำอะไรไม่เป็น หัวโต มือลีบ วิสัยทัศน์ต่ำ และถูกหลอกง่าย
 
ความดีนำความรู้
 
แนวทางการจัดการเรียนการสอนของชาวศีรษะอโศก เป็นไปตามปรัชญาการศึกษาที่ว่า “ศีลเด่น เป็นงาน ชาญวิชา” กล่าวคือ จัดตารางสอนโดยกำหนดเวลาเรียน 40% ให้กับการศึกษาและฝึกปฏิบัติศีล 5 รับประทานอาหารมังสวิรัติ และเว้นจากอบายมุขทุกประเภท ขณะที่เวลาเรียน 35% เน้นการเรียนรู้ควบคู่กับการฝึกงาน สัมมาอาชีพและเทคโนโลยีในสถานประกอบการตามความถนัดและความสนใจของผู้เรียน
 
ส่วนเวลาที่เหลืออีก 25% จัดให้แก่การเรียนรู้การเรียนรู้ทางด้านวิชาการ นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างพอเหมาะ แล้วนำมาบูรณาการใช้กับวิถีชีวิตเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นผู้มีคุณธรรม พึ่งตนเองได้ และเป็นที่พึ่งให้กับชุมชนได้ ซึ่งดูจะเป็นปิรามิดหัวกลับกับการศึกษาที่จัดโดยกระทรวงศึกษาธิการ ที่เน้นการเรียนการสอนทางด้านวิชาการมาเป็นอันดับ 1 แต่คำนึงถึงคุณธรรมจริยธรรมเป็นอันดับท้ายๆ
 
กิจวัตรประจำวันของนักเรียนโรงเรียนสัมมาสิกขาศีรษะอโศก ทุกคนต้องตื่นนอนตั้งแต่ตีสี่ ทำกิจกรรม 5 ส ถึงตีห้า ออกกำลังกายถึงหกโมงเช้า จากนั้นเคารพธงชาติ เรียนรู้ฐานงาน และฟังธรรมทุกวันวันละ 1 ชั่วโมง ส่วนการเรียนรู้วิชาการจะมีแค่ช่วงเที่ยงถึงบ่ายสามโมงเท่านั้น ที่เหลือเป็นการเรียนรู้จากการปฏิบัติแทบทั้งสิ้น แม้แต่ตอนกินข้าวที่นักเรียนทุกคนต้องท่องบทพิจารณาอาหารพร้อมกันก่อนการรับประทานทุกมื้อ เพื่อให้นักเรียนเห็นคุณค่าของอาหาร ซาบซึ้งบุญคุณของผู้ผลิตและผู้ปรุงอาหาร เป็นแรงบันดาลใจให้สรรสร้างการงานอย่างคุ้มค่าอาหารที่รับประทานเข้าไปทุกวัน เป็นต้น
 
เหนือสิ่งอื่นใด
 
สำหรับผลสัมฤทธิ์ของการจัดการศึกษาของโรงเรียนสัมมาสิกขาศีรษะอโศก นอกจากจะได้รางวัลมาการันตีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรางวัลเข็มนอร์มา ในฐานะองค์กรดีเด่นในการจัดการศึกษานอกโรงเรียน (2534) รางวัลการศึกษานอกโรงเรียนดีเด่นระดับอำเภอ (2537) รางวัลการศึกษานอกโรงเรียนดีเด่นระดับจังหวัด (2538) รางวัลการศึกษานอกโรงเรียนดีเด่น (2540) โรงเรียนวิถีพุทธดีเด่น (2547) โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ (2552)
 
แต่รางวัลความสำเร็จที่โรงเรียนสัมมาสิกขาศีรษะอโศกภาคภูมิใจเหนือสิ่งอื่นใด ก็คือผลลัพธ์ที่ได้กับตัวนักเรียน 6 ประการ ได้แก่
 
1.ผู้เรียนปฏิบัติศีล 5 ละอบายมุข กินมังสวิรัติ มีสัมมาคารวะ กตัญญู มีน้ำใจ ทำให้เป็นสมาชิกที่ดี เกิดสันติสุขในครอบครัว ชุมชน และสังคมประเทศชาติ
 
2.ผู้เรียนมีทักษะในการทำงานอย่างหลากหลายกิจกรรม มีความเป็นผู้นำ กล้าแสดงออก รักการทำงาน สามารถประสานสัมพันธ์ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ ทั้งยังถ่ายทอดด้านคุณธรรม อาชีพ และความรู้ให้กับผู้อื่นได้โดยมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต พึ่งตนเองจนเป็นที่พึ่งของผู้อื่นได้
 
3.ผู้เรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายมีความสามารถส่วนบุคคลสูง มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สืบต่องานกิจกรรมแทนคุรุและ คุรุฐานงานอาชีพได้
 
4.ผู้รียนมีความสามารถในการแสดงดนตรี ละคร และศิลปะการร่ายรำได้เป็นอย่างดี โดยแต่งกายตามวัฒนธรรมไทยอันดีงาม
 
5.ผู้เรียนไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกชนิด
 
6.ผู้เรียนสามารถประกอบอาชีพได้ไม่ตกงานหลังจากเรียนจบจากสถานศึกษา
 
ซึ่งมาตรวัดความสำเร็จทั้ง 6 ประการนี้ ล้วนสะท้อนจิตวิญญาณ ค่านิยม และความเชื่ออันดีงามของชาวชุมชนศีรษะอโศก ที่ต้องการถ่ายทอดสืบไปให้กับลูกหลานของพวกเขานั่นเอง  
 
รายการอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:


ชุดโครงการพัฒนาการมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายสาธารณะด้านสิทธิที่เชื่อมโยงกับสุขภาวะ

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
Tel. 02-511-5855  Fax. 02-939-2122


© 2010-2014 Powered & Design by ServeRich.com