ѺҴѡ лѺ Ҫԡ Fix ѡ
ข่าวล่าสุด ดีเอสไอมอบโลห์ผู้ใหญ่ประจบ พร้อมประกาศมิติใหม่ ทำงานร่วมทุกภาคส่วน
ระบบสมาชิก
Email:

















ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง
อบรมอาสาสมัครสระบุรี ป้องกันไฟป่า-ช่วยธรรมชาติ
กรมอุทยานฯ เฮ!มติเอกฉันท์บรรจุไม้พะยูงไทยขึ้นบัญชี 2 ไซเตส
สภาเกษตรกรจังหวัดตาก กับการแก้ปัญหาสารแคดเมียมแม่ตาว
นักอนุรักษ์เฮ...ส่อชนะคดีขยายถนนขึ้นเขาใหญ่
ทส.ตื่นส่งป่าไม้ลุยตรวจสอบรุกดอยลาน
+ข่าวทั้งหมด..




  Weblink
จินตนา แก้วขาว เดินหน้าพึ่งอำนาจศาลป้องระบบนิเวศน์ชุ่มน้ำ  Date : 23/08/2012  

 

 

ภายหลังจากที่ศาลปกครองกลางได้อ่านคำพิพากษาในกรณีที่มีผู้ฟ้องว่าหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2555 ที่ผ่านมา ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนร่วมกับชาวบ้านในอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองว่า เจ้าหน้าที่รัฐได้ปล่อยให้มีการออกเอกสารสิทธิจำนวน 18 แปลง ซึ่งพื้นที่เหล่านั้นเป็นป่าพรุที่มีสภาพทางธรรมชาติและระบบนิเวศน์ที่อุดมสมบูรณ์และเป็นพื้นที่สาธารณะในตำบลแม่รำพึงและตำบลกำเนิดนพคุณ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยที่ดินทั้ง 18 แปลงนี้เป็นป่าไม้ตามมาตรา 4 (1) แห่ง พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2495 จึงไม่ควรมีผู้ใดมาแจ้งสิทธิครอบครองหรือได้เอกสารสิทธิหรือมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน

 

        โดยศาลปกครองกลางได้พิจารณาว่ามีประเด็นวินิจฉัย 2 ประเด็นและมีคำพิพากษายกฟ้องตามประเด็นทั้ง 2 ว่า 1.) การออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์พิพาทของเจ้าหน้าที่รัฐจำนวน 18 แปลง ชอบด้วยกฎหมาย และ 2.) ผู้ถูกฟ้องคดีดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้ละเลยต่อหน้าที่ในการดูแลรักษาอนุรักษ์พื้นที่พิพาทดังกล่าว

        ภายหลังจากที่ศาลมีคำพิพากษาข้างต้น นางจินตนา แก้วขาว ประธานกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบ้านกรูดได้กล่าวถึงภาพรวมของการฟ้องคดีและแนวทางการขับเคลื่อนของเครือข่ายจากนี้ไปว่า
 

อะไรคือสาเหตุหลักในการฟ้องร้องคดีนี้

        พื้นที่ตรงนั้นเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์มากว่า 200 ปี แต่อยู่ๆ ก็มีการออกเอกสารสิทธิในปี เกิดขึ้น ปี 2521 และต่อมาชาวบ้านในจึงได้ขายที่ดินให้แก่บริษัทสหวิริยา จากนั้นในปี 2551 ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่สงสัยว่าอาจจะมีการเงื่อนงำจึงได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อให้เพิกถอนเอกสารสิทธิในที่ดินบริเวณนั้น

        เรายื่นฟ้องต่อศาลครั้งนั้นไม่ได้ฟ้องร้องบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้กรมที่ดินเพิกถอนเอกสารสิทธิในพื้นที่ดังกล่าวซึ่งปัจจุบันอยู่ในการครอบครองของเอกชน เนื่องจากน่าจะได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
 

ประเด็นที่ชาวบ้านต้องการพึ่งอำนาจศาลคืออะไร

        ประการแรก คือ ให้มีการเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3ก) ในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อให้ที่ดินเหล่านั้นกลับมาเป็นของรัฐ

        ประการที่สอง ให้มีการออกประกาศกำหนดแนวเขตป่าสงวน “ป่าคลองแม่รำพึง” ขยายเพิ่มเติมให้ครอบคลุมพื้นที่ที่ถูกเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดิน หรือให้มีการออกประกาศเป็นกฎกระทรวงกำหนดให้พื้นที่ที่ผู้ถูกเพิกถอนที่ดินตามข้อ 1 เป็นเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 หรือประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับท้องถิ่นตามมติ ครม. วันที่ 7 พ.ย. 2532

        ประการที่สาม ให้มีการฟื้นฟูสภาพที่ดินบางส่วนที่ถูกทำลายจนเปลี่ยนสภาพไปจากเดิมให้กลับมาเป็นป่าไม้หรือป่าพรุดังเดิม

        และประการที่สี่ ให้เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามหน้าที่เพื่อให้ที่ดินดังกล่าวกลับมาเป็นที่ดินของรัฐดังเดิม
 

ประเด็นที่เชื่อว่าการออกเอกสารสิทธิไม่ชอบด้วยกฎหมายคืออะไร

        เมื่อก่อนหน้านี้ประมาณ 1 เดือน ทราบมาว่ามีการพูดคุยกันระหว่างเอกชนกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) โดยมีทำนองว่าศาลน่าจะมีคำพิพากษายกฟ้องคดี และศาลก็ได้ตัดสินออกมาอย่างนั้นจริงๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก
 
จากนี้จะดำเนินการต่อไปอย่างไร

        เมื่อศาลมีคำตัดสินออกมาอย่างนี้แล้ว เราก็จะทำการปรึกษาหารือกับทีมทนายความเพื่อจะหาจุดอ่อนจุดแข็งของสำนวนการฟ้องและจะตัดสินใจว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปอย่างไร  และเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา เราได้ไปยื่นเรื่องร้องเรียนที่ กนอ. และ กนอ. ก็ได้ทำข้อตกลงกับเราว่าจะเข้าไปตรวจเรื่องวินัยของผู้ที่เกี่ยวข้องและจะเชิญตัวแทนจาก บ. สหวิริยา มาร่วมชี้แจงอีกด้วย

        นอกจากนั้นในเร็วๆ นี้ เราจะเชิญสื่อมวลชนลงพื้นที่เพื่อพิสูจน์ความหลากหลายและความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ตรงนั้น ซึ่งบางส่วนได้รับการประกาศเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำอยู่ด้วย ฉะนั้นหากพื้นที่บริเวณนี้มีเอกสารสิทธิก็เท่ากับว่าจะต้องมีการตัดป่าตรงนั้นเป็นพื้นที่กว่าพันไร่และถมสูงถึง 7 เมตร ซึ่งก็จะเป็นการทำลายระบบนิเวศเป็นอย่างมาก
 
รายการอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:


ชุดโครงการพัฒนาการมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายสาธารณะด้านสิทธิที่เชื่อมโยงกับสุขภาวะ

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
Tel. 02-511-5855  Fax. 02-939-2122


© 2010-2017 Powered & Design by ServeRich.com