ѺҴѡ лѺ Ҫԡ Fix ѡ
ข่าวล่าสุด ดีเอสไอมอบโลห์ผู้ใหญ่ประจบ พร้อมประกาศมิติใหม่ ทำงานร่วมทุกภาคส่วน
ระบบสมาชิก
Email:

















ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง
อบรมอาสาสมัครสระบุรี ป้องกันไฟป่า-ช่วยธรรมชาติ
กรมอุทยานฯ เฮ!มติเอกฉันท์บรรจุไม้พะยูงไทยขึ้นบัญชี 2 ไซเตส
สภาเกษตรกรจังหวัดตาก กับการแก้ปัญหาสารแคดเมียมแม่ตาว
นักอนุรักษ์เฮ...ส่อชนะคดีขยายถนนขึ้นเขาใหญ่
ทส.ตื่นส่งป่าไม้ลุยตรวจสอบรุกดอยลาน
+ข่าวทั้งหมด..




  Weblink
เสือนอนกินโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์  Date : 26/06/2012  

เว็บไซต์ไทยโพสต์ วันอังคาร ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2012

โดย ดวงพักตรา ไชยพงษ์

 กินกันเพลินเลย...สำหรับผู้ถือครองใบสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (พีพีเอ) พลังงานแสงอาทิตย์และไม่ได้ผลิตไฟฟ้าจริง แต่กลับนำใบสัญญาไปขายต่อ ปัญหานี้รับรู้กันในกระทรวงพลังงานมานานตั้งแต่ข้าราชการระดับล่างไปจนถึงผู้บริหารสูงสุด แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้สำเร็จ ได้แต่มองตาปริบๆ ดูภาคเอกชนโกยกำไรขายสัญญากันเป็นว่าเล่น


    ย้อนกลับไปเมื่อปี 2550 กระทรวงพลังงานออกนโยบายสนับสนุนส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน โดยให้ความสำคัญกับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มาก เพราะกำลังเป็นที่สนใจของหลายประเทศและเหมาะสมกับการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยที่เป็นเมืองร้อน อีกทั้งลดปัญหาการต่อต้านจากชาวบ้าน และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ กระทรวงพลังงานสมัยนั้นจึงกำหนดเป้าหมายกระตุ้นให้เกิดการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้ได้ 500 เมกะวัตต์ในปี 2573


    เงื่อนไขการส่งเสริมที่สำคัญ คือ “การให้เงินส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า” หรือที่รู้จักกันในวงการผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนคือ “แอดเดอร์” โดยผู้ที่รับซื้อคือการไฟฟ้าภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะรับซื้อในอัตรา 3 บาทต่อหน่วย และกระทรวงพลังงานจะสมทบ “แอดเดอร์” ให้อีก 8 บาทต่อหน่วย ในระยะเวลา 10 ปี เนื่องจากขณะนั้นต้นทุนอุปกรณ์การผลิตยังมีราคาแพงต้องนำเข้าจากต่างประเทศเป็นหลัก ถ้าไม่สนับสนุนก็จะไม่มีใครกล้าผลิตและเห็นว่าขาดทุนแน่ๆ ทั้งนี้ กฟภ.และ กฟผ.แบ่งการรับซื้อโดยใช้เงื่อนไขที่ว่า ถ้ามีการผลิตและเสนอขายต่ำกว่า 10 เมกะวัตต์ ทาง กฟภ.จะเป็นผู้รับซื้อ แต่ถ้าเกิน 10 เมกะวัตต์ทาง กฟผ.จะเป็นผู้รับซื้อ


    แต่นโยบายดังกล่าวก็มีช่องโหว่ที่กระทรวงพลังงานไม่ทันระวังในการวางแผนระยะยาว โดยเมื่อกำหนดเป้าหมายส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์ให้ได้ 500 เมกะวัตต์ กลับพบว่าผู้ผลิตไฟฟ้าคนไทยให้ความสนใจกันมากมาย ส่วนใหญ่เสนอผลิตและขายไฟฟ้ากับ กฟภ.ล้นหลามไปถึง 3,000 เมกะวัตต์ และ กฟภ.ก็ทำสัญญารับซื้อหมด โดยไม่รู้ว่ามีผู้ผลิตบางรายอาศัยจังหวะหากำไรกินยาวจากแอดเดอร์ที่ได้ 8 บาทต่อหน่วยการผลิตไฟฟ้าในระยะเวลา 10 ปี ด้วยการนำใบอนุญาตไปขายต่อ 


    ตามปกติใบอนุญาต 1 ใบ ครอบคลุมการผลิตไฟฟ้า 8 เมกะวัตต์ บางรายถือครองใบสัญญาหลายสิบใบเลยทีเดียว ซึ่งเมื่อไม่ได้ตั้งใจผลิตไฟฟ้าจริง ก็ต้องใช้วิธีต่ออายุสัญญาทุกๆ 6 เดือนตามกติกา เพื่อไม่ให้ยกเลิกสัญญาและรอจนกว่าจะมีคนมาขอซื้อใบอนุญาตไป 


    ยิ่งไปกว่านั้น...บางรายรู้ล่วงหน้าว่าเทคโนโลยีแผงโซลาร์เซลล์จะถูกลงในอนาคต จึงทำการถือครองใบอนุญาตฯ ยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน ประจวบเหมาะกับสถานการณ์เข้าทางผู้ถือใบอนุญาตถึง 2 ประเด็น คือ 1.การที่กระทรวงพลังงานได้พิจารณาปรับลดแอดเดอร์ลงเหลือ 6.50 บาทต่อหน่วย 2.กระทรวงพลังงานได้สั่งให้หยุดรับซื้อไฟฟ้าแสงอาทิตย์ออกไปก่อนเพื่อทำการตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดของการซื้อขายไฟฟ้าแสงอาทิตย์ ซึ่งกินเวลามาแล้วร่วม 1 ปี 


    8 เมกะวัตต์ จะฟันกำไรเท่าไหร่ และที่ถือสัญญาเป็น 10 ใบจะอู้ฟู่ขนาดไหน...??? เหตุปัจจัยดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการตัวจริงที่ต้องการทำธุรกิจผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์ไม่สามารถทำการผลิตและขายไฟฟ้าเข้าระบบได้เพราะภาครัฐสั่งหยุดรับซื้อ ดังนั้นจึงแห่กันไปขอซื้อใบสัญญาเก่าที่ได้แอดเดอร์ 8 บาทต่อหน่วยกันเป็นแถว และเมื่อมาหาซื้อใบสัญญาดังกล่าวช่วงนี้...แน่นอนเจ้าของใบอนุญาตฟันกำไรอื้อ เพราะราคาที่เปิดขายกันในราคา 5 ล้านบาท ต่อ 1 เมกะวัตต์ อย่างนี้ต้องถามว่าแล้วคนที่ถือใบสัญญา 1 ใบ ซึ่งครอบคลุมการผลิตไฟฟ้า


    และสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่สงบพอ เมื่อกระทรวงพลังงานกำลังตรวจสอบว่าผู้ถือสัญญาพีพีเอรายได้ยังไม่ผลิตไฟฟ้าเข้าระบบตามสัญญาบ้าง และที่ขอต่ออายุไว้ 6 เดือนแต่ก็ยังเข้าระบบไม่ได้มีรายใดบ้าง ซึ่งในส่วนนี้กระทรวงพลังงานกำลังเรียกคืนสัญญาและจะทำการยกเลิกสัญญา พร้อมทั้งนำส่วนที่ไม่ผลิตจริงไปเปิดเป็นระบบ ฟีทอินทรารีฟ หรือ การให้เงินสนับสนุนตามต้นทุนที่แท้จริง และเพิ่มระยะเวลาการสนับสนุนให้เป็น 20 ปีแทน


    ร้อนถึงผู้ถือสัญญาพีพีเอหลายๆ ใบที่หวังเก็งกำไร เพิ่งเริ่มรู้ตัวต่างวิ่งฝุ่นตลบมากระทรวงพลังงานล็อบบี้ไม่ให้ยกเลิกสัญญาที่ตัวเองถือครองไว้ เพื่อรอให้ขายใบสัญญาให้ได้ก่อน และบางรายก็ไม่ต้องการให้กระทรวงพลังงานเปิดระบบฟีทอินทรารีฟ เนื่องจากผู้ผลิตไฟฟ้าตัวจริงจะแห่เข้าไปทำสัญญากับภาครัฐตามระบบปกติ แทนการซื้อใบสัญญาที่พวกเขาถือกันเอาไว้  


    และอุปสรรคสำคัญที่กระทรวงพลังงานยังไม่สามารถลดขจัดปัญหาผู้ผลิตไฟฟ้าตัวปลอมได้ เนื่องด้วย กฟภ.เป็นผู้รับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เป็นส่วนมาก และ กฟภ.อยู่ภายใต้สังกัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกระทรวงพลังงานไม่มีอำนาจสั่งการให้ยกเลิกสัญญาได้ทันที เพียงแค่ขอความร่วมมือไปเท่านั้น แต่จนปัจจุบันก็ยังไม่คืบหน้าแต่อย่างใด 


    เรื่องนี้ท่าทางกระทรวงพลังงานจะน้ำท่วมปาก แก้ไขปัญหาได้ยาก เพราะมันมีอะไรเบื้องลึกระดับการเมืองเกี่ยวพัน คงต้องวัดฝีมือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน “อารักษ์ ชลธาร์นนท์” ว่าจะกล้าจัดการปัญหานี้ให้จบได้โดยเร็ว หรือปล่อยให้กินกันให้เลียบเสร็จสิ้นล็อตเก่ากันไปก่อน...???.
 

รายการอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:


ชุดโครงการพัฒนาการมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายสาธารณะด้านสิทธิที่เชื่อมโยงกับสุขภาวะ

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
Tel. 02-511-5855  Fax. 02-939-2122


© 2010-2017 Powered & Design by ServeRich.com